การศึกษาพบปัญหาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในแอปพลิเคชันปวดศรีษะมาร์ทโฟน

Daisy Starr
สิงหาคม 14, 2018

เอมิลี่กัลโลเวย์ผู้ช่วยวิจัยระดับปริญญาตรีในห้องปฏิบัติการของ Tally Largent-Milnes จากภาควิชาเภสัชวิทยาของมหาวิทยาลัยแอริโซนาในทูชอนจะเสนอผลงานวิจัยนี้ที่งานสัมมนาด้านชีววิทยาด้านวิชาชีวเคมีและก็โมเลกุลชีววิทยาแห่งอเมริการายปีระหว่างการประชุมชีววิทยาการทดสอบปี 2561 ไปที่ จัดขึ้นในวันที่ 21-25 เดือนเมษายนในซานดิเอโก

Galloway 
พูดว่า การค้นคว้าเกี่ยวกับกลไกของโมเลกุลที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังไมเกรนเป็นขั้นแรกในการสร้างสารเสพติดที่ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้นเพื่อรักษาสภาพนี้สำหรับเพศชายแล้วก็หญิง ความรู้ที่ได้จากการทำงานนี้บางทีอาจก่อให้เกิดการบรรเทาทุกข์ของผู้ที่เป็นโรคไมเกรนรวมทั้งเจาะจงบุคคลที่อาจมีการโต้ตอบที่ดีขึ้นต่อการรักษาที่ชี้เฉพาะ

การเรียนคราวนี้เป็นการค้นคว้าวิจัยชิ้นแรกในการตรวจดูบทบาทของโซเดียมโปรโตคอล NHE1 ในอาการปวดหัวไมเกรน NHE1 ควบคุมการขนส่งโปรตอนและไอออนโซเดียมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์รวมทั้งสิ่งที่สร้างจากกำแพงเลือดและก็สมอง เมื่อ NHE1 ไม่อยู่ในระดับที่สูงเพียงพอไหมดำเนินการอย่างถูกต้องอาจทำให้เกิดลักษณะของการปวดที่มากขึ้นส่งสัญญาณที่ส่งผลให้เกิดอาการไมเกรน ปัญหาด้าน NHE1 สามารถเปลี่ยนแปลงความรู้ความเข้าใจของยาไมเกรนโดยตรงเพื่อข้ามอุปสรรคในเลือดและสมอง

ถึงแม้สตรีมีลักษณะท่าทางที่จะมีลักษณะไมเกรนมากยิ่งกว่าเพศชาย แต่งานวิจัยเกี่ยวกับไมเกรนโดยมากจะจัดการโดยใช้โมเดลของสัตว์ผู้ชาย ในการศึกษาครั้งใหม่นักค้นคว้าได้ตรวจตราหนูชายและก็หญิงและพบว่าระดับการแสดงออกของ NHE1 สูงขึ้นมากยิ่งกว่าสมองของหนูเพศผู้ถึงสี่เท่า ในหนูเพศหญิงพบว่าระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากที่สุดสอดคล้องกับระดับที่ค่อนข้างต่ำสุดของ NHE1 ที่แสดงออกในเซลล์เยื่อบุผนังซึ่งทำให้เกิดเส้นเลือดในสมอง

จากผลการวิจัยของเราเรารู้สึกว่าเพศหญิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไมเกรนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชายที่มีขนาดใหญ่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับการแสดงออกของ NHE1 ซึ่งอาจจะทำให้สมองอ่อนแอต่อการไม่สามารถควบคุมไอออนและการกระตุ้นความเจ็บปวด” กัลโลเวย์กล่าว

งานใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของความมานะบากบั่นในการสร้างแผนที่โมเลกุลของฮอร์โมนเพศที่มีผลต่อการแสดงออกของ NHE1 เช่นไร ในอนาคตนักค้นคว้าอยากรู้ว่ายาที่กำหนดเป้าหมายผู้เล่นบางรายในแผนที่นี้จะป้องกันไม่ให้การแสดงออกของ NHE1 เกิดขึ้นที่ปัญหาในเลือดของสมอง นี้บางทีอาจนำมาซึ่งการรักษาใหม่สำหรับผู้ที่เจอจากไมเกรน

สารเสพติดสำหรับโรคหัวใจล้มเหลวยังคงต่ำยิ่งกว่าปีหลังจากการเรียนรู้คราวแรก

Alyssa Epperson
สิงหาคม 11, 2018

การศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยยังพบว่าแพทย์กำหนดยาบ่อยๆในจำนวนที่ต่ำกว่าที่เสนอแนะโดยหลักกฏเกณฑ์เฉพาะสำหรับคนวัยแก่ผู้ที่มีโรคไตผู้ที่มีลักษณะห่วยลงหรือคนที่พึ่งจะเข้ารับการดูแลและรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องมาจากสภาวะหัวใจล้มเหลว จึงควรเล่าเรียนเสริมเติมเพื่อหาต้นสายปลายเหตุที่ทำให้คนภายในสี่กลุ่มนี้ได้รับการกำหนดปริมาณยาที่ต่ำกว่าที่ชี้แนะ

การเรียนรู้ซึ่งพินิจจากสามชนิดของโรคหัวใจล้มเหลวพบว่าระหว่างปริมาณร้อยละ 27 แล้วก็จำนวนร้อยละ 67 ของผู้เจ็บป่วยไม่ได้กำหนดยาเสพติดที่แนะนำ และก็เมื่อคนป่วยได้รับยาพวกเขาโดยทั่วไปในปริมาณที่ต่ำกว่าที่แนะนำ คนไข้น้อยกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ได้รับยาทั้งยังสามจำพวกพร้อมกันแล้วก็มีเพียง เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับยาตามเป้าหมายทั้งสามจำพวก

ตามรายงานจากสัมพันธ์โรคหัวใจอเมริกัน (American Heart Association) บอกว่าโดยประมาณ 5.7 ล้านคนในสหรัฐอเมริกามีภาวะหัวใจล้มเหลว ความล้มเหลวของหัวใจเกี่ยวเนื่องกับคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าแล้วก็การเข้ารับการดูแลและรักษาในโรงพยาบาลเป็นประจำรวมทั้งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการตายมากกว่า 300,000 รายในแต่ละปีในสหรัฐอเมริกาในกึ่งหนึ่งของคนที่เป็นโรคหัวใจวายโรคนี้มีเหตุมาจากกล้ามเนื้อหัวใจที่อ่อนแอซึ่งคุ้มครองไม่ให้หัวใจไหลออก ปริมาณเลือดตามเดิมที่มีการเต้นของหัวใจแต่ละครั้งเรียกว่าสภาวะที่ต่ำลง

หลายยาได้รับการพิสูจน์สำหรับเพื่อการทดสอบทางคลินิกขนาดใหญ่เพื่อช่วยทำให้คนที่มีภาวการณ์หัวใจล้มเหลวแล้วก็ลดการขับออกมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานและรู้สึกดีขึ้น การศึกษาค้นคว้าวิจัยที่ดำเนินงานระหว่างปี 2550-2552 พบว่าผู้ป่วยไม่น้อยเลยทีเดียวไม่ได้รับยาดังที่แนะนำ การศึกษาใหม่นี้อุตสาหะที่จะตรวจดูว่ามีการแก้ไขการกระทำตามใบสั่งหมอไหมรวมทั้งผู้เจ็บป่วยจำนวนมากมีลัษณะทิศทางที่จะได้รับยาน้อยกว่าที่แนะนำหรือไม่

ผู้เจ็บป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจวายด้วยการลดอัตราการขับออกจากกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลวหรือ CHAMP-HF ซึ่งเป็นคนป่วย 3,518 คนจาก 150 คนแล้วก็คนเจ็บหัวใจล้มเหลว

ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการใช้และก็การใช้ยาลดความไม่ประสบผลสำเร็จของหัวใจไม่ดีขึ้นกว่าทศวรรษก่อนหน้าที่ผ่านมา รายงานพูดว่าจำเป็นที่จะต้องมีกลอุบายใหม่ๆเพื่อบรรลุและรักษาระดับยาลดน้ำหนักที่เสนอแนะรวมทั้งมีโอกาสมากขึ้นสำหรับเพื่อการปรับแก้การให้ยารักษาโรคหัวใจล้มเหลวซึ่งจะสามารถช่วยสำหรับในปรับปรุงการดูแลแล้วก็ผลสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว

การเรียนรู้Big dataเจาะจงมากกว่า 150 ยีนที่เกี่ยวกับสภาวะหัวใจห้องบน

investin
สิงหาคม 11, 2018

การเล่าเรียนความข้องเกี่ยวระหว่างจีโนมขนาดใหญ่ (GWAS) หนึ่งชุดมีข้อมูลที่ได้รับมาจากการเล่าเรียนเล็กๆ6 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์ได้เจาะจงยีน 151 ตัวสำหรับภาวะหัวใจห้องบนหลายยีนที่ระบุมีความสำคัญต่อความเจริญของลูกในท้องซึ่งแสดงว่าความผันผวนทางพันธุกรรมทำให้หัวใจเต้นชักในระหว่างการพัฒนาของทารกในท้องหรือความเคลื่อนไหวทางพันธุกรรมสามารถกระตุ้นยีนในหัวใจของผู้ใหญ่ที่ธรรมดาดำเนินงานได้เฉพาะในระหว่างการพัฒนาของทารกในครรภ์

ผลการวิเคาะห์ได้รับการเผยแพร่ในNature Genetics (“การค้นพบพันธุกรรมแบบ Biobank ช่วยให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับชีววิทยาด้านแอ็ปเปิ้ล)”

ความรู้ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลการศึกษาของแนวทางการทางชีววิทยาที่เกี่ยวกับสภาวะหัวใจห้องบนอาจส่งผลให้การดูแลและรักษาและก็การป้องกันที่ เรามีความหวังว่าการทดลองทางชีววิทยาระดับโมเลกุลจะเป็นตัวกำหนดวิธีการสร้างจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างสม่ำเสมอโดยการเรียนยีนที่เราแล้วก็คนอื่นๆได้เจาะจงไว้” ผู้เขียนศึกษาเล่าเรียน Cristen Willer, Ph.D. , รศ.จาก Michigan Medicine และหัวหน้า UM ‘ s Willer ห้องปฏิบัติการ

แม้ตรวจพบว่ามีการตรวจเจอภาวการณ์หัวใจห้องบนได้โอกาสที่จะปกป้องไม่ให้ภาวะแทรกซ้อนเช่นโรคเส้นเลือดสมองและสภาวะหัวใจล้มเหลว ตัวเลือกการดูแลและรักษาในปัจจุบันสำหรับภาวการณ์หัวใจห้องบนมี จำกัด แม้กระนั้นรวมถึงผลกระทบที่ร้ายแรงและไม่ค่อยมีการรักษา ตัวแปรทางพันธุกรรมที่ศึกษาและทำการค้นพบในการศึกษาคราวนี้บางทีอาจช่วยปรับให้ปรุงทั้งยังการตรวจค้นแล้วก็รักษาได้ง่ายนักวิจัยได้สร้างดรรชนีความเสี่ยงเพื่อช่วยในการกำหนดบุคคลที่มีการเสี่ยงสูงแล้วก็ติดตามผลดังที่กล่าวถึงมาแล้วซึ่งอาจมีนัยสำคัญต่อสุขภาพที่ถูกต้องและการปกป้องคุ้มครองโรคหัวใจแล้วก็เส้นโลหิต Willer กล่าว

จาก 151 ยีนที่ระบุว่ามีความสำคัญต่อสภาวะหัวใจห้องบนมีแนวโน้มที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับยาที่มีอยู่ซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องปรับปรุงขึ้นเพื่อรักษาภาวะหัวใจห้องบน การเล่าเรียนครั้งนี้เป็นรากฐานสำหรับการทดลองติดตามผลเพื่อทดลองว่ายาที่ระบุสามารถคุ้มครองป้องกันหรือยุติการเกิดสภาวะหัวใจห้องบนได้หรือเปล่า

การเรียนรู้คราวนี้ใช้ข้อมูลจากกลุ่มbiobanks หลายแห่งจากทั้งโลกรวมถึงแผนการ Genomics Initiative Michigan (MGI), Biobank ของสหราชอาณาจักรการเล่าเรียน HUNT ของนอร์เวย์, DiscovEHR, ไอโซโทปของ deCode Genetics แล้วก็ AFGen Consortium ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่และความแม่นยำทางสุขภาพนี้ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่บางทีอาจไม่สามารถที่จะศึกษาค้นพบได้โดยใช้ชุดข้อมูลขนาดเล็ก

การศึกษาและทำการค้นพบพันธุ์พันธุกรรมรวมทั้งยีนที่แปลกใหม่ที่สำคัญสำหรับภาวการณ์หัวใจห้องบนเป็นไปได้เพราะพวกเราได้สะสมข้อมูลที่ได้รับมาจากหลาย biobanks จากทั่วทั้งโลกด้วยความร่วมมือกันเป็นจำนวนมาก” โจนาสบีลนีลเส็นผู้อำนวยการฝ่ายศึกษาค้นคว้าโรคหัวใจแล้วก็เส้นโลหิตกล่าว ที่ UM “การรวมจุดเด่นของแต่ละแหล่งข้อมูลช่วยทำให้เราสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีววิทยาที่เกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบน … เปิดเผยว่าคะแนนความเสี่ยงที่พวกเราผลิตขึ้นนั้นมีความจำเพาะเฉพาะเจาะจงมากสำหรับภาวการณ์หัวใจห้องบนโดยการรวมแหล่งข้อมูลที่มีอิสรภาพหลายชิ้นพวกเรายังพบว่า มีภาวการณ์หัวใจห้องบนเริ่มต้นจะมีภาระทางพันธุกรรมที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเป็นโรคที่เกิดขึ้นในวันหลัง 

คนขับขี่ “แดงเลือดเซลล์ ‘เสนอแนวทางใหม่สำหรับการขนส่งยาเสพติดไปยังแผนการที่เฉพาะเจาะจง

investin
สิงหาคม 10, 2018

เชื่อมโยงไปถึงอวัยวะใกล้เคียงที่พวกเขาสามารถกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดผลกระทบที่ไม่สามารถต้านทานได้ซึ่งตรงกันข้ามกับการกำหนดจุดหมายโดยตรงในพื้นที่ที่ต้องการจริงๆคนเขียนคนแรก Jake Brenner, MD, PhD, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ปอดรวมทั้งการดูแลที่สำคัญและเภสัชวิทยา โดยการเพิ่มความเข้มข้นของสิ่งเสพติดที่กดปุ่มเฉพาะเนื้อเยื่อคนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ RBC ควรลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพของยาที่มอบให้กับอวัยวะเป้าหมาย

ทีมงานทำให้เห็นว่า RH สามารถขนส่งผู้ขนส่งยานาโนได้โดยสวัสดิภาพไปยังอวัยวะที่ได้รับการตั้งโดยการกำหนดวัตถุประสงค์ของ catheters ข้างในเส้นโลหิตหนูหมูแล้วก็ในปอดของผู้คนโดยไม่นำมาซึ่งความเป็นพิษของ RBC หรือ organ

คนเขียนอาวุโส Vladimir Muzykantov, MD, PhD, ศ.จ.ด้านเภสัชวิทยาระบบและการบำบัดด้วยการแปลกล่าวว่า “เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นผู้ให้บริการที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเหตุว่าความเข้ากันได้ทางชีวภาพและความปลอดภัยสำหรับการถ่ายเลือด ในเวลาแค่ไม่กี่ปีให้หลังนับตั้งแต่เราเริ่มงานนี้พวกเรากำลังอยู่ในระหว่างการเขียนแผนที่เพื่อหาวิธีทดลองสำหรับเพื่อการทดลองทางสถานพยาบาล

นักวิจัยพบว่าผู้ให้บริการยาเสพติดชนิดเอชที่ฉีดเข้าไปในหลอดเลือดดำเพิ่มการดูซึมยาได้ราวๆ 40 เท่าในปอดเมื่อเทียบกับการดูซึมยาที่ใช้เวียนยาได้อย่างอิสระในเลือดยิ่งไปกว่านี้การฉีดยาผู้ให้สิ่งเสพติดประเภท RH เข้าไปในเส้นโลหิตแดงในเส้นเลือดแดง (carotid artery) (เส้นโลหิตใหญ่ที่คอที่ส่งเลือดไปยังสมองคอและก็หน้าให้ 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ฉีดเข้าไปในสมองซึ่งสูงขึ้นมากยิ่งกว่าราว 10 เท่า สิ่งที่ได้จากกรรมวิธีการเก่าๆเป็นต้นว่าการใช้แอนติบอดีเพื่อนำยาไปสู่แผนการที่อยาก การส่งมอบยาที่น่าประทับใจเช่นนี้ไปยังสมองบางทีอาจถูกนำมาใช้เพื่อรักษาจังหวะทันควันซึ่งเป็นต้นเหตุชั้นลำดับที่สี่ของการตายในสหรัฐอเมริกา

การพัฒนาเทคโนโลยี RH ได้เผยถึงกับขนาดตอนฐานรากที่เป็นไปได้ซึ่งถือเป็นสัญญาทางคลินิกที่ยิ่งใหญ่เซลล์ผิวที่ใหญ่ที่สุดของเซลล์ความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์จะมองเห็นระหว่างเซลล์เม็ดเลือดแดงและก็เส้นใยเรือดังนั้นจึงเป็นที่น่าสนใจที่จะคิดว่าเทคโนโลยี RH ของเราได้เปิดเผยการปรากฏที่ RBCs ธรรมชาติขนส่งผลิตภัณฑ์บนพื้นผิวของพวกเขาบอกว่าMuzykantov